ผ้าจกเป็นมรดกทางศิลปะหัตกรรมชาวบ้านล้านนาที่มีวิธีการทอด้วยการจก (จก เป็นคำ
กริยาเป็นภาษาพื้นบ้านของชาวล้านนา หมายถึง การล้วง , ควัก)เช่น จกปลาร้าออกจากไห จกปูออก
จากรูเอาเส้นด้ายมาผูกเป็นลายต่างๆลายที่ผูกมีหลายลายตามแต่ละครัวจะถนัด

          วัตถุประสงค์การทำผ้าจกแตกต่างกันไปตามที่ต้องการ เช่น ทอจกสำหรับประกอบเป็น
เชิงชิ้น (ตีนซิ่น) เรียกว่า ซิ่นตีนจก ทอจกเป็นผ้าคลุมศีรษะนาค ทอจกเป็นผ้าขาวม้า ทอจกเป็นผ้า
เช็ดหน้า ฉะนั้นคำว่า ผ้าจก เป็นคำกลาง ๆ หมายถึง ผ้าที่ทอด้วยวิธีจก ส่วนซิ่นตีนจกนั้นหมาย
เฉพาะซิ่นที่มีเชิงเป็นผ้าจกหรือจกทั้งตัว

           ผ้าเชิงจก เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเทคนิคและวิธีการสลับซับซ้อนกว่าผ้าทอชนิดอื่น ๆ
วิธีการทอผ้าเชิงจก คือการสอดเส้นไหมหรือด้ายให้เกิดลวดลายในขณะที่ทำการทอทำนองปักผสม
ทอ วิธีการจกแต่ละแห่งอาจจะไม่เหมือนกัน บางแห่งทอจากลายทางด้านหน้าผ้า โดยใช้ขนเม่นนับ
เส้นยืน และควักเส้นไหมพุ่งขึ้น เพื่อทำให้เกิดลวดลายหรือดึงด้ายจากข้างล่างสอดสลับไปตามความ
ต้องการ ซึ่งการควักเส้นไหมนั้นถ้าเป็นผู้ที่มีความชำนาญจะทำได้รวดเร็ว คล้ายอาการ "ฉก" ของงู
ดังนั้นคำว่า"จก"จึงอาจเพี้ยนมาจากคำว่าฉกก็ได้

           ผ้าซิ่นเชิงจก (ตีนจก) มีความละเอียดประณีตอ่อนช้อย มีความหมายในตัวเอง ความประณีตของลวดลายเป็นเครื่องสะท้อนให้
เห็นถึงความเป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็นสุขุม มีกฎเกณฑ์ บางครั้งอาจซ่อนเร้นเรื่องราวและเนื้อหาที่สามารถเล่าขานถึงความเป็นมาทาง
ประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชน การตั้งถิ่นฐาน เชื้อชาติ สภาพภูมิศาสตร์ ความเชื่อประเพณี เข้าไว้ด้วยกัน จากการได้
วิเคราะห์ดูความสมบูรณ์ของผ้าแต่ละผืน จะมีส่วนประกอบเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ

         ส่วนหัวซิ่น ซึ่งใช้ผ้าพื้นเป็นสีขาว หรือสีแดง เย็บติดกันกับส่วนหัว เพราะเวลานุ่งจะทำให้ชายพกที่พับเข้าไปในเข็มขัดไม่หนา
เกินไป
            ส่วนตัวซิ่นจะทอเป็นผ้าพื้นหรือทอยกมุกสีต่างๆ
            ส่วนเชิงซิ่นจะทอจกเป็นลวดลายที่สวยงามแต่ละส่วนจะทอแยกกัน แล้วนำมาเย็บต่อกันด้วยมืออย่างประณีตเรียกรวมว่า
ผ้าซิ่นตีนจก

            ลักษณะเฉพาะของผ้าเชิงจก คือ การทอทั่วไปเพื่อใช้เป็นเชิงของผ้าซิ่น จะมีสีสันลวดลายของแต่ละลาย ซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สังเกตได้ง่าย เนื้อผ้าจะเรียบด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะมีรอยต่อเป็นปุ่มปม ทั้งนี้เพราะการจกเส้นด้ายต่างสีกัน จึงทำให้เนื้อผ้าด้านหลัง
ไม่เรียบร้อย ไม่เหมือนกับผ้าขิดและผ้ายก เพราะผ้าทั้งสองชนิดนี้ใช้เส้นพุ่งทอเป็นสีเดียวกันตลอดแถว ส่วนผ้าจกใช้ด้ายจกเปลี่ยนสีไป
เรื่อยๆ ในแถวเดียวกัน